ภาพถ่ายที่ดีประกอบด้วย โฟกัสชัด + วัดแสงถูกต้อง + องค์ประกอบดี = ภาพสวย
มาสร้างรูปติดบัตรผ่านหน้าเว็บ AE กันเถอะ! | มาเพิ่มวัน-เวลาลงในภาพของคุณ ผ่านหน้าเว็บ AE กันไหม?
อุปกรณ์เสริมสำหรับนักถ่ายภาพหลายรายการ อัพเดทแล้ว บริการจัดส่งทั่วไทยครับผม
เครื่องอัดรูปจากฟิล์ม ทำงานอย่างไร? ทำไมยุคดิจิตอลยังควรต้องรู้อีก !

หลายคนอาจมองว่าบทความนี้ เก่าเกินไปกับยุคนี้ "โลกเค้าเปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอล (Digital) กันหมดแล้ว ไม่เหมาะกับยุคดิจิตอลเอาซะเลย" คำกล่าวนี้ก็ไม่ผิดหรอกครับ หากคุณไม่สนใจการพิมพ์รูปลงบนกระดาษ โดยผ่านกระบวนการต่างๆในร้านล้างอัดรูป ไม่ว่ากล้องที่คุณใช้จะเป็นแบบฟิล์ม หรือแบบดิจิตอล กระบวนการอัดรูปจากแบบฟิล์ม มาจนถึงแบบดิจิตอล ยังคงมีที่มา ที่ไป ที่ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก

เริ่มต้นจากฟิล์มในกลักที่ผ่านการถ่ายมาแล้ว จะต้องผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง ผมเชื่อว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากร ที่ใช้กล้องแบบดิจิตอล ในปัจจุบัน ก็คงยังไม่ค่อยทราบรายละเอียดกันเท่าไหร่ว่า แต่ก่อนกว่าจะได้ดูรูป มันจะต้องเริ่มต้นกันอย่างไรในร้านล้างอัดรูป และเพราะอะไรทำไมผมถึงเขียนบทความนี้ และมันเกี่ยวข้องกับการอัดรูปดิจิตอลอย่างไร ลองมาดูกันเลยครับ

หลังจากที่ถ่ายรูปจากฟิล์มมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำมาเข้าเครื่องล้างฟิล์มกันก่อน โดยเครื่องล้างฟิล์มจะดูดฟิล์มเข้าไป และวิ่งผ่านน้ำยาชนิดต่างๆ ดังนี้

  • น้ำยาถังที่ 1. น้ำยาสร้างภาพ (Developer)
  • น้ำยาถังที่ 2. น้ำยาฟอก (Bleach)
  • น้ำยาถังที่ 3. น้ำยาคงสภาพฟิล์ม (Fixer)
  • น้ำยาถังที่ 4. น้ำยาปรับสภาพ (Stabilizer)
  • ถังที่เหลือ น้ำเปล่าสะอาดล้างคราบน้ำยาออกจากฟิล์ม (Wash)
  • เครื่องเป่าลมร้อน เป่าฟิล์มให้แห้ง (Dry)

แต่ละช่วงของการเดินทางผ่านของฟิล์ม ผ่านน้ำยาแต่ละถัง จะต้องอยู่ในช่วงเวลาที่ถูกต้อง และอุณหภูมิของน้ำยาที่เหมาะสม ฟิล์มจึงจะออกมาตรงตามสภาพแสงสี ที่บันทึกมานั้นที่สุด และพร้อมนำไปอัดเป็นรูปต่อไป

หลังจากล้างฟิล์มเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็จะเข้าสู่กระบวนการอัดออกมาเป็นรูป ซึ่งกระบวนการอัดรูปนี่แหล่ะครับ ที่แม้ว่าระบบดิจิตอลจะครองโลกไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่นักถ่ายภาพ และผู้ที่สนใจเรื่องการถ่ายภาพ ก็ยังควรให้ความสำคัญตรงส่วนปลายทาง (Out put) นี้ด้วย เพื่อจะได้เข้าใจ การได้มาของคุณภาพของรูปที่อัดออกมา

ผมเชื่อว่า หลายๆคนคงเคยนำรูปจากฟิล์ม หรือจากไฟล์ที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล ไปอัดออกมาเป็นรูปมาดู กันบ้างไม่มากก็น้อย และก็คงมีทั้งพอใจ และไม่พอใจกับรูปที่อัดออกมาด้วย ใช่ไหมครับ ในบทความนี้ผมจะพูดถึงการอัดรูปจากฟิล์มก่อนนะครับ

ฟิล์มที่เราๆ ท่านๆ ถ่ายกันออกมา จนผ่านกระบวนการล้างฟิล์ม และเป่าแห้ง พร้อมที่จะนำไปอัดออกมาเป็นรูปนั้น คุณทราบกันไหมครับว่า เครื่องอัดรูปจากฟิล์ม (Film printer) นั้นก็มีความสามารถในการปรับแสงสี ได้เช่นเดียวกับ การปรับด้วยโปรแกรม Photoshop ในคอมพิวเตอร์ เพียงแต่การปรับแสงสีในฟิล์มนั้น จะทำได้โดยมีขอบเขตที่ค่อนข้างจำกัดอยู่

ยกตัวอย่างเช่น หากผมถ่ายรูปด้วยฟิล์ม และถ่ายมามืดมาก (Under exposure) เครื่องอัดรูปจากฟิล์มจะยังคงสามารถปรับให้ภาพที่อัดออกมา สว่างขึ้นได้ประมาณ +9 และ -9 สตอป (Stop) ซึ่งคุณสมบัตินี้ก็จะทำให้คุณยังได้ภาพที่สว่างกำลังพอดีออกมาได้อยู่

โปรดอย่าเข้าใจว่า เมื่อคุณเห็นภาพบนกระดาษอัดรูปอย่างไร ก็แสดงว่าคุณได้ใช้ฝีมือบันทึกภาพไว้อย่างนั้นตั้งแต่แรกเสมอไปนะครับ เนื่องจากเครื่องอัดรูปจากฟิล์ม หรือระบบดิจิตอล มีคุณสมบัติการให้แสงในรูป ได้ค่อนข้างกว้างอยู่ เพียงแต่เครื่องอัดรูปแบบฟิล์ม จะมีคุณสมบัติการปรับแสงสี ได้น้อยกว่าเครื่องอัดระบบดิจิตอลเท่านั้น

ทีนี้ เมื่อคุณรู้ว่าเครื่องอัดรูปจากฟิล์ม มีคุณสมบัติการให้แสงในรูปได้พอสมควร งั้นแสดงว่าการถ่ายรูปด้วยฟิล์ม จะกดยังไงก็ได้ใช่ไหม? เพราะยังไงเครื่องอัดรูปจากฟิล์มก็ช่วยปรับแสงสีให้ออกมาดีได้อยู่แล้ว จริงมะ? คำตอบคือไม่จริงครับ เพราะ.................

การให้แสงในรูปด้วยเครื่องอัดรูปจากฟิล์ม ไม่ได้ทำให้สีในภาพสดขึ้นด้วย! เมื่อช่างอัดรูปเพิ่มแสง หรือลดแสงในรูปที่อัดจากฟิล์ม จะทำให้สีที่ได้ ดูไม่แจ่มใสนัก อาจจะดูจืดไปนิดและไม่ถูกใจใครบางคน (ซึ่งความจริงเป็นเพราะว่า คุณถ่ายมา Over หรือ Under มาตั้งแต่แรกไงครับ ฟิล์มจึงไม่สามารถเก็บเฉดสีมาได้ครบตั้งแต่แรก ไม่ได้เป็นความผิดของช่างอัด หรือเครื่องอัดรูปเลย) ซึ่งตรงจุดนี้แหล่ะครับ ที่เครื่องอัดรูปจากฟิล์ม จะสู้ระบบดิจิตอลไม่ได้ ด้วยประการทั้งปวง แต่โดยรวมแล้วหากคุณไม่ถ่ายมามืดสุดขีด หรือสว่างสุดขั้ว เครื่องอัดรูปจากฟิล์มในอดีตที่ผ่านมาจะยังคงจัดการฟิล์มเหล่านี้ได้อยู่มือ อยู่ครับ

และอีกประการหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ นั่นก็คือแม้เครื่องอัดรูปจากฟิล์ม จะมีความสามารถเพิ่มสี หรือลดสี ได้ด้วย และสามารถเพิ่มหรือลดได้ประมาณ 9 สตอปเช่นกัน (หมวดสีที่ลดหรือเพิ่มได้คือ Cyan Magenta Yellow ส่วน Black จะเป็นการลดหรือเพิ่มแสง ในระบบการอัดรูปจะเรียกว่า Density) แต่โดยปกติ หากมีการติดตั้งและปรับค่าสี ที่เที่ยงตรงให้กับเครื่องอัดรูป ตามสภาพแสงของห้องที่ตั้งเครื่องนั้นแล้ว ช่างอัดรูปจะปรับเฉพาะการให้แสง Density อย่างเดียวเท่านั้น จะไม่มีการเพิ่มหรือลดค่าสี CMY แต่อย่างใด โดยช่างอัดรูปจะพิจารณาการให้แสงว่ามากน้อยแค่ไหน โดยดูจากความหนา หรือบางของฟิล์มเป็นหลัก (เครื่องอัดรูปจากฟิล์มรุ่นใหม่ๆ จะมีจอแสดงผลของรูปที่จะอัดออกมาให้เห็นก่อนด้วย) เพราะฉะนั้นเรื่องของคำว่า รูปสีเพี้ยนหรือไม่ การตั้งค่าสีที่ถูกต้องให้กับเครื่องอัดรูปไม่ว่าจะเป็นเครื่องอัดรูปจากฟิล์มหรือดิจิตอล ก็จะมีผลกับรูปที่ออกมาค่อนข้างมาก (แต่ในระบบการอัดรูปดิจิตอลสิ่งที่อาจทำให้รูปสีเพี้ยนจากความเป็นจริง ยังมีตัวแปรอย่างอื่นอีกพอสมควรนะครับ)

ทีนี้ มาดูกันต่อว่า เครื่องอัดรูปจากฟิล์ม มีกระบวนการทำงานอย่างไร ให้ลองดูรูปประกอบข้างล่างนี้ครับ

เครื่องอัดรูปจากฟิล์มจะเริ่มต้นทำงานโดยการดูดฟิล์มเข้ามาล๊อคในตำแหน่ง (Negative Carrie) ทำการฉายแสงตามค่าที่กำหนด (แสงที่ฉายออกมาเป็นแสงขาว) ผ่านฟิล์ม ผ่านเลนส์อัดภาพ ไปตกกระทบบนกระดาษอัดรูป และเครื่องอัดรูปจะเริ่มเคลื่อนกระดาษ ให้เดินทางผ่านน้ำยาต่างๆ ตามรูปประกอบข้างบนดังนี้

  • น้ำยาถังที่ 1. น้ำยาสร้างภาพ (Develop)
  • น้ำยาถังที่ 2. น้ำยาฟอก (Bleach)
  • น้ำยาถังที่ 3. น้ำยาคงสภาพ (Fixer)
  • น้ำยาถังที่ 4 ถึงถังที่เหลือ น้ำยากัดรูปให้ขาว หรือน้ำเปล่าสะอาด ล้างคราบน้ำยาให้หมด
  • เครื่องเป่าลมร้อน เป่ากระดาษรูปให้แห้ง และตัดออกมาเป็นใบๆ (หรืออาจจะออกมาเป็นใบทันที หากเป็นเครื่องอัดรูปแบบ Cut sheet)

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผมพอจะสรุปการอัดรูปแบบฟิล์ม กับแบบดิจิตอลได้ดังนี้

เครื่องอัดรูปจากฟิล์ม เครื่องอัดรูปจากไฟล์ดิจิตอล
แหล่งของภาพ ฟิล์ม ไฟล์รูปต่างๆ เช่น *.jpg
การปรับภาพให้สว่างหรือมืด ระยะเวลาการฉายแสง ระยะเวลาการฉายแสง, ปรับด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ไฟล์
การปรับสี ระยะเวลาการฉายแสง ผ่านฟิลเตอร์สีที่ต้องการจะปรับ ระยะเวลาการฉายแสง ผ่านฟิลเตอร์สีที่ต้องการจะปรับ, ปรับด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ไฟล์
แหล่งกำเนิดแสง หลอดไฟฮาโลเจนที่ให้แสงขาว หลอดไฟฮาโลเจนที่ให้แสงขาว เมื่อใช้คู่กับฟิล์มเทียม e-Flim, หัวยิงแสง RGB แบบ LED หรือแบบเลเซอร์ (Laser)
กระบวนการของน้ำยาล้างรูป ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น

เห็นไหมครับว่า การอัดรูปจากฟิล์ม กับการอัดรูปจากไฟล์ดิจิตอล มีกระบวนการที่ใกล้เคียงกัน (เครื่องอัดรูปดิจิตอล ก็คือเครื่องที่พัฒนา โดยใช้หลักการมาจากเครื่องอัดรูปจากฟิล์มนั่นแหล่ะครับ) เพราะฉะนั้นเมื่อคุณเข้าใจการทำงาน ที่มา ที่ไป ของการทำงานของเครื่องอัดรูปจากฟิล์ม จนกระทั่งออกมาเป็นรูปให้คุณได้ชมกันได้นั้น คุณก็จะพอเข้าใจการทำงานของเครื่องอัดรูปแบบดิจิตอลไปด้วยเช่นกัน

แต่บทความนี้ ผมพยายามปูพื้นฐานให้เข้าใจหลักการเบื้องต้นของการอัดรูปจากฟิล์มลงบนกระดาษ ให้เข้าใจก่อนนะครับ เดี๋ยวครั้งหน้าผมจะอธิบายเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องอัดรูปแบบดิจิตอลให้ด้วย เพื่อที่คุณจะได้รู้ถึงความแตกต่างของระบบแบบเก่า กับแบบใหม่ มากยิ่งขึ้น

เรื่องโดย Cyberspace

เปลี่ยนเลนส์ที่คุณมีอยู่ทุกตัว ให้เป็นเลนส์มาโครคุณภาพสูง ด้วยอุปกรณ์ท่อต่อเลนส์ระบบออโต้โฟกัส (Auto Macro Extension Tube)
สินค้าล็อทใหม่มาถึงแล้วครับ ดูรายละเอียดและผลการทดสอบได้ที่นี่ครับ
อุปกรณ์สายลั่นชัตเตอร์สำหรับกล้อง DSLR หลากหลายรุ่น คุณภาพดี ใช้งานได้เหมือนของค่าย บริการส่งทางไปรษณีย์ทั่วไทยครับ
สามารถกดหาโฟกัส และล๊อคชัตเตอร์ B ได้ครับ

Canon 350D/400D/450D/500D/550D/1000D/1100D/60D/600D | Canon 10D/20D/30D/40D/50D/7D และ 5D/5D Mark II/ ตระกูล 1D ทั้งหลาย | Nikon D40/D50/D60/D70s/D80 Nikon D90/D3100/D5100/D7000 | Nikon D200/D300/D700/D3 | Olympus E-1/E-3/E-620/E-520 และอีกหลายรุ่น | Sony / Konica Minolta | Pentax *ist D / Contax N/Contax 645 | Kodak DSC-14N / Fuji S3PRO/S5PRO
ข้อมูลล่าสุด: Thu, 21 Feb 2008, 06:24:53
แสงตกกระทบวัตถุ สะท้อนเข้านัยน์ตา เกิดเป็นภาพ และเก็บบันทึกไว้ (โดยฟิล์มหรือดิจิตอล)