หน้าแรก · คลิปวีดีโอ · สร้างรูปติดบัตรออนไลน์ · นโยบายการให้บริการ · การรับประกันสินค้า · ร่วมธุรกิจกับเรา
เนื้อหาสาระ ห้องภาพมาโคร สินค้า ข้อมูลกล้อง ข้อมูลเลนส์ ข้อมูลเครื่องพิมพ์ เปรียบเทียบสเป็ค ติดต่อเรา
เปรียบเทียบการใช้งานเครื่องเล่นไฟล์ HD แบบต่างๆ
ในยุคที่ทีวีจอใหญ่เป็นที่นิยมใช้งานตามบ้านเพื่อความบันเทิงในการรับชมรายการที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันกับที่การใช้งานอินเตอร์เน็ทความเร็วสูงตามบ้านก็เป็นแบบเหมาจ่ายรายเดือนในราคาที่ถูกลงกว่าแต่ก่อน เมื่อสองอย่างนี้เดินมาบรรจบกัน จึงทำให้กระแสการดาวน์โหลดไฟล์หนังภาพยนต์คุณภาพความคมชัดสูง สำหรับรับชมภายในบ้านเกิดขึ้นตามมาด้วย

ซึ่งไฟล์ภาพยนต์ความคมชัดสูงระดับ HD หรือ Full HD ส่วนใหญ่มักจะมาในรูปแบบของไฟล์ *.mkv ซึ่งเป็นชนิดไฟล์ยอดนิยมสำหรับหนังหรือภาพยนต์ที่มีการปล่อยแชร์ในอินเตอร์เน็ท เครื่องเล่น DVD ทั่วๆไปอย่าง LED TV หรือแม้แต่ Smart TV รุ่นแพงๆที่มีช่อง USB ให้เสียบไฟล์เพื่อเล่นได้โดยตรง ก็มักจะหารุ่นที่เล่นไฟล์ชนิดนี้ได้โดยสมบูรณ์ค่อนข้างยาก บางรุ่นเล่นได้แต่ภาพแต่ไม่มีเสียง หรือเปิดแล้วมีเสียงแต่ไม่มีภาพ หรือบางรุ่นเปิดไฟล์ออกมาไม่ได้เลยก็มี

ที่ผ่านมาจึงได้มีผลิตภัณฑ์ประเภทตัวเล่นไฟล์แบบ HD, FHD อย่างพวก HD Player ยี่ห้อต่างๆออกมาวางขายกันในตลาดวงการไอที สนนราคาต่อเครื่องก็ประมาณสองพันกว่าบาทขึ้นไปจนถึงตัวละหลักหมื่นบาท แล้วแต่คุณภาพและลูกเล่นต่างๆที่มีมาในตัวเครื่อง ซึ่งเครื่อง HD Player ก็จะมีคุณสมบัติเล่นไฟล์มัลติมีเดียชนิดต่างๆได้เหมือนกับเป็นคอมพิวเตอร์ย่อมๆตัวหนึ่งเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าตัว HD Player เองจะสามารถเล่นไฟล์วีดีโอหรือไฟล์ภาพยนต์ได้มากมายเหมือนคอมพิวเตอร์ แต่โดยตัวมันเองยังไม่สามารถทำงานได้แบบคอมพิวเตอร์จริงๆ เพราะตัวมันเองถูกออกแบบมาให้เป็นเพียงแค่ตัวเล่น (Player) ไม่ได้มีหน่วยประมวลผลที่ซับซ้อนแบบคอมพิวเตอร์จริงๆ จึงไม่สามารถลงโปรแกรมอะไรเพิ่มได้เหมือนคอมพิวเตอร์ ทำให้จำกัดการใช้งานแค่ชุดคำสั่งสำเร็จรูปที่ถูกเขียนไว้ในรอม (ROM) เท่านั้น เวลาใช้งานจะต้องนำ Harddisk มาเสียบพ่วงเข้าไปและตัวมันเองจึงจะเล่นไฟล์ที่อยู่ใน Harddisk นั้นออกทางหน้าจอทีวีอีกทีหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่าไม่ยากไม่ง่ายอะไรเท่าไหร่ครับยังไงก็ยังประหยัดกว่าซื้อเครื่องเล่น Blu-Ray และแผ่นบูลเรย์มาเล่น ที่ผ่านมาตัว HD Player ก็ถือว่าได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับชมภาพยนต์ทางหน้าจอทีวีใหญ่ๆอย่างพวก Plasma, LCD หรือ LED TV อยู่ในระดับหนึ่ง

ต่อมาก็เริ่มมีการพัฒนา HD Player แบบใหม่มาในรูปแบบกล่องสี่เหลี่ยมขนาดกระทัดรัด โดยตัว HD Player รุ่นใหม่นี้จะมีช่องอ่าน SD Card เพิ่มมาให้ด้วย ทำให้ตัวเครื่องดูกระทัดรัดขึ้นและไม่จำเป็นต้องใช้ Harddisk มาเสียบพ่วงแบบ HD Player ในยุคแรก แต่ก็ยังสามารถอ่านไฟล์จาก External Harddisk ได้เช่นเดิมผ่านทางช่อง USB แถมด้วย HD Player รุ่นใหม่ๆก็จะมีรีโมทสำหรับควบคุมมาให้พร้อมในราคารวมๆแล้วแค่พันกว่าบาทเท่านั้น ถ้าเทียบกับ HD Player ในยุคแรกก็ถือว่าราคาประหยัดกว่ากันอีกเป็นเท่าตัว

พอความนิยมด้าน Media Streaming มีสูงขึ้น การนำไฟล์ภาพยนต์ขนาดใหญ่มาเก็บใน Storage แบบต่างๆก็เริ่มลดน้อยลง การมาถึงของ Internet TV จึงเริ่มเข้ามาแทนที่มากขึ้นแทนเครื่องเล่นไฟล์ HD Player แบบที่กล่าวไว้ข้างต้นทีละเล็กทีละน้อย เพราะคุณสมบัติที่ Internet TV หรือกล่อง Media Center ระบบต่างๆที่มีการผลิตออกมาขายนั้น เปรียบเสมือนเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่บรรจุช่องต่อและสายสัญญาณที่จำเป็นต่างๆมาให้อย่างพร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็นช่อง USB, HDMI, ช่อง AV (สำหรับทีวีแบบจอตู้), ช่องเสียบสายแลน (RJ45) หรือการรับสัญญาณไร้สายอย่าง Wifi, Bluetooth, Infrared สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ทเข้ากับทีวีจอใหญ่ในบ้านคุณได้อย่างง่ายดาย นอกเหนือจากนี้ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติที่เครื่อง HD Player ราคาหลักหมื่นเคยมีมาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรองรับไฟล์ภาพยนต์ชนิดต่างๆที่หลากหลายมากกว่าเดิม แถมด้วยคุณสมบัติการลงโปรแกรมหรือแอพฯเพื่อใช้งานแบบคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้อีกด้วย (ตัวอย่างเช่นงานประเภทออฟฟิศ เช่น Word, Excel, Power point, PDF) โดยแอพฯใช้งานเหล่านี้สามารถดาวน์โหลดได้จากสโตร์ของผู้พัฒนาระบบอย่าง Google Play Store ได้ทันที แบบเดียวกับการลงแอพฯในสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ท เรียกได้ว่าครบเครื่องเหมาะกับยุคสมัยโดยแท้จริง

เท่านั้นยังไม่พอ... ด้วยคุณสมบัติการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทได้แบบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป และมีหน่วยประมวลผลที่สูงกว่า HD Player ทั่วไปอยู่พอสมควร ทำให้มีการพัฒนาแอพฯหน้าจอของเครื่อง Internet TV มาในรูปแบบ Media Center สำเร็จรูป โดยตัวแอพฯดังกล่าวจะมีฟีเจอร์ในการเพิ่มช่องสำหรับดูรายการต่างๆทั้งแบบสดและรายการย้อนหลังจากทั่วทุกมุมโลกได้อีก มีตั้งแต่ภาพยนต์ทั้งเก่าและใหม่ หนังซี่รี่ย์ต่างๆ รวมถึงช่องกีฬาทั้งสดหรือไฮไลท์ มาให้เลือกรับชมกันแบบความคมชัดสูงระดับ HD หรือ Full HD กันอีกมากมาย

โดยค่าใช้จ่ายสำหรับตัวเครื่องเล่น Internet TV นี้ สำหรับสเป็คเริ่มต้นมีราคาเริ่มต้นแค่พันกว่าบาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสเป็คของตัวเครื่องที่มีมา เช่น CPU, RAM, ROM โดยสเป็คที่ดีพร้อมสำหรับการเล่นไฟล์ทุกชนิด แม้แต่ไฟล์ความคมชัดระดับ 4K สำหรับวันนี้โดยไม่กระตุกให้เสียอารมณ์ ก็มีราคาไม่เกิน 3-4 พันบาทเท่านั้นครับ ผู้ที่กำลังมองหา HD Player ดีๆสักตัวสำหรับวันนี้ควรมองที่ความไหลลื่นในการเล่นไฟล์ Full HD, 2K หรือ 4K และการใช้งานอื่นๆจากแอพฯที่สามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้จากอินเตอร์เน็ทไว้ได้เลย เพราะราคาทีวีที่รองรับความละเอียดระดับนี้ราคาเริ่มลดลงมามากแล้ว ซื้อเครื่อง Internet TV ในวันนี้ราคาประมาณ 3 พันกว่าบาทกับความคมชัดสูงสุดระดับ 4K ความละเอียดระดับนี้กับทีวีที่มีขายในท้องตลาด ใช้กันได้ยาวๆไม่น้อยกว่า 7-8 ปีโดยไม่จำเป็นต้องอัพเกรดด้านฮาร์ดแวร์กันเลยครับ

หากสนใจจัด Internet TV สเป็ค 4K สักตัวคลิกที่นี่ได้เลยครับ
หน้าแรก · คลิปวีดีโอ · สร้างรูปติดบัตรออนไลน์ · นโยบายการให้บริการ · การรับประกันสินค้า · ร่วมธุรกิจกับเรา
เนื้อหาสาระ · ห้องภาพมาโคร · สินค้า · ข้อมูลกล้อง · ข้อมูลเลนส์ · ข้อมูลเครื่องพิมพ์ · เปรียบเทียบสเป็ค · ติดต่อเรา
แสงตกกระทบวัตถุ สะท้อนเข้านัยน์ตา ปรากฎเป็นภาพ และเก็บบันทึกไว้ (โดยฟิล์มหรือดิจิตอล)...
Database and e-Commerce system design by · AnyExposure.com · ตรวจสอบราคาดีที่สุดสำหรับคุณวันนี้ที่นี่