หน้าแรก · Smart Devices · ภาพยนต์ · คลิปวีดีโอ · สร้างรูปติดบัตรออนไลน์ · ใส่วันที่ในรูปถ่าย · นโยบายการให้บริการ
เนื้อหาสาระ ห้องภาพมาโคร สินค้า ข้อมูลกล้อง ข้อมูลเลนส์ ข้อมูลเครื่องพิมพ์ เปรียบเทียบสเป็ค
เวลาอัดรูปลงกระดาษ ทำไมได้ภาพไม่ครบ อย่างที่เห็นจากไฟล์
คำถามนี้ ผมเชื่อว่านักถ่ายภาพทั้งมือใหม่, มือกลาง, หรือแม้แต่มือเก่าเก๋า ไม่มากก็น้อยคงต้องเคยสงสัย หรืออาจเคยสอบถามกันตามเว็บบอร์ดต่างๆกันมาบ้าง ซึ่งเท่าที่ผมเคยอ่านมาแบบผ่านหูผ่านตามาบ้างนั้น ยังไม่เคยเห็นมีคำตอบใดที่ตรงกับที่ผมเคยรับรู้มาเลยจริงๆครับ บ้างก็ว่าเพราะร้านทำผิด, ผู้สั่งไม่ได้สั่งให้อัดรูปเต็มไฟล์บ้าง, หรือสั่งให้อัดอย่างหนึ่งร้านไปทำอีกอย่างหนึ่ง เป็นต้น

ในบทความนี้ผมจะมาเฉลยให้ฟังกันครับว่า เพราะอะไรภาพที่นำไปอัดตามร้านอัดรูป หรือแล็ปอัดรูปต่างๆนั้น เวลาพอมันพิมพ์ลงอยู่บนกระดาษอัดรูป เพราะอะไรทำไมมันจึงแหว่งหายไปบ้าง ไม่มากก็น้อย โดยผมจะพูดถึงกรณีที่ทางร้าน หรือช่างอัดรูป (ช่างปริ้นท์) ไม่ได้ตัดส่วน (Crop) ภาพใดๆเลยนะครับ

เริ่มต้นมาดูกันก่อนว่า ไฟล์ภาพที่เราบันทึกมานั้น คือสัดส่วนเท่าไหร่?

สัดส่วนของไฟล์ภาพที่ได้จะขึ้นอยู่กับขนาดของเซ็นเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่มีเซ็นเซอร์รับภาพเท่ากับฟิล์ม 35mm หรือที่มักเรียกกันว่า ฟูลเฟรม (Full frame) หรือเซ็นเซอร์แบบ APS-H, APS-C หรือแม้แต่ Foveon (เซ็นเซอร์รับภาพของค่าย Sigma) กล้องที่ใช้ขนาดเซ็นเซอร์เหล่านี้ จะมีอัตราส่วนของภาพเป็น 3:2 (ความกว้างของภาพคือ 3, ความสูงของภาพคือ 2) ซึ่งในที่นี้ผมขอยกตัวอย่างภาพจากกล้อง Canon EOS 5D Mark II ซึ่งกล้องรุ่นนี้เป็นกล้องชนิด Full frame ภาพที่ได้จากระยะเลนส์ที่เลือกใช้จะเก็บบันทึกมาได้เต็มความกว้าง/แคบของเลนส์ตัวนั้น ซึ่งภาพของกล้องกลุ่ม Full frame จะเป็นอัตราส่วนแบบ 3:2 ทั้งหมดอยู่แล้ว ตามอัตราส่วนของฟิล์ม 35mm นั่นแหล่ะครับ

ภาพตัวอย่างจากเว็บไซท์ dpreview.com ถ่ายด้วยกล้อง Canon EOS 5D Mark II (อัตราส่วนของภาพคือ 3:2)


ทีนี้เรามาดูกันต่อว่ากระดาษสำหรับอัดรูป มันมีลักษณะอย่างไร

กระดาษอัดรูปไม่ว่าจะแบบผิวมันหรือผิวด้าน ที่ใช้ในเครื่องอัดรูป (Printer) ทั้งหลายนั้น จะมีลักษณะเป็นม้วนคล้ายๆกับภาพประกอบข้างบน ของจริงจะเป็นกระดาษเคลือบน้ำยาเคมีบรรจุในซองกระดาษดำและกล่องเพื่อไม่ให้โดนแสงอะไรเลย เวลาจะนำมาใช้งานกับเครื่องอัดรูป ต้องนำไปบรรจุในกล่องสำหรับโหลดกระดาษ (Magazine paper) โดยต้องบรรจุในห้องมืดหรือในถุงดำเท่านั้น เมื่อฉายแสงจากหัวยิงแสงและผ่านน้ำยาในถังล้างภาพแล้ว ก็จะทำให้กลายเป็นภาพถ่ายบนกระดาษ (รายละเอียดการทำงานของเครื่องอัดรูป คลิ๊กอ่านได้ที่นี่ครับ)

ซึ่งกระดาษอัดรูปจะมีขนาดหน้ากว้างให้เลือกใช้หลายขนาด โดยขนาดหน้ากว้างที่ใช้กันอยู่บ่อยๆจะมีอยู่ประมาณ 2 ถึง 3 ขนาด ดังนี้ (ความจริงมีกระดาษอัดรูปขนาดหน้ากว้างมากกว่านี้นะครับ แต่ผมขอยกตัวอย่างมาเพียงแค่บางส่วน เพื่อให้เข้าใจกับหลักการพิมพ์ภาพลงกระดาษก็พอนะครับ)

  • กระดาษขนาดหน้ากว้าง 5 นิ้ว สามารถอัดรูปได้ตั้งแต่ขนาด (3.5 x 5) / (5 x 7) นิ้ว
  • กระดาษขนาดหน้ากว้าง 6 นิ้ว สามารถอัดรูปได้ตั้งแต่ขนาด (4 x 6) / (6 x 8) / (6 x 9) นิ้ว
  • กระดาษขนาดหน้ากว้าง 8 นิ้ว สามารถอัดรูปได้ตั้งแต่ขนาด (8 x 10) / (8 x 12) นิ้ว

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นนะครับว่า ขนาดหน้ากว้างของกระดาษยังมีมากกว่านี้นะครับ เช่น 10 นิ้ว, 12 นิ้ว ไล่ไปเรื่อย การเลือกกระดาษมาใช้กับเครื่องอัดรูป (Printer) นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องอัดรูปที่ใช้งาน สามารถใส่กระดาษได้หน้ากว้างสูงสุดเท่าไหร่ เครื่องอัดรูปที่สามารถใส่กระดาษหน้ากว้างได้มาก ราคาก็ยิ่งสูง แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถรองรับงานอัดรูปขนาดใหญ่ขึ้นไปด้วย

เมื่อเรารู้สัดส่วนของไฟล์ภาพ และขนาดของกระดาษอัดรูปที่ใช้ในเครื่องอัดแล้ว ทีนี้มาดูว่าเมื่อเครื่องอัดรูปฉายแสง (ภาพ) ลงบนกระดาษอัดรูปแล้ว มันมีกระบวนการอย่างไร (ดูภาพประกอบข้างล่างเลยครับ)

ภาพแสดงการฉายแสงลงบนกระดาษอัดรูป โดยในตัวอย่างเป็นการอัดรูปขนาด 3.5 x 5 นิ้ว (ขนาดโปสการ์ด) เครื่องอัดรูปจะต้องใส่กระดาษหน้ากว้าง 5 นิ้ว และหากต้องการอัดรูปในขนาด 5 x 7 นิ้ว จะทำการหมุนภาพเป็นแนวนอนที่ตัวฉายแสง (Negative / Digital) Carrie

รายละเอียดของภาพประกอบนี้ ผมสมมุติว่าส่วนที่เป็นพื้นที่สีขาว คือกระดาษอัดรูปที่บรรจุอยู่ในเครื่องอัดรูป (Printer) และโหลดส่วนหัวกระดาษเพื่อฉายแสงลงบนกระดาษ เมื่อฉายแสงผ่านเลนส์เครื่องอัด (การอัดรูปแต่ละขนาด จะปรับหรือใช้เลนส์ต่างกัน) แสงจะฉายภาพที่อัดล้นออกนอกกระดาษนิดๆ ซึ่งโดยปกติแสงที่ฉายลงบนกระดาษจะล้นออกมาเกินจากขอบกระดาษประมาณ 1 ถึง 2 มิลลิเมตร (ยิ่งน้อยยิ่งดี) แสงที่ฉายจะล้นออกมามากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการติดตั้งปรับแต่งที่ตัวเครื่องอัดรูป (เป็นการปรับแต่งเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างเลนส์อัดรูป กับตำแหน่งกระดาษอัดรูปที่โหลดอยู่ในเครื่องอัดรูป) โดยช่างผู้ชำนาญทางด้านนี้เท่านั้น (แม้แต่ช่างอัดรูปของร้าน หรือตัวเจ้าของร้านเองก็มักจะไม่สามารถปรับแต่งได้ด้วยตัวเองครับ)

ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างการอัดรูปขนาด 4 x 6 นิ้ว (มักเรียกรูปขนาดนี้ว่าขนาด จัมโบ้ หรือ 4R) กันครับ ซึ่งเป็นขนาดยอดนิยม นักถ่ายภาพหรือผู้ที่นิยมการถ่ายรูปทุกระดับมักนิยมอัดรูปขนาดนี้กันมาก

ถ้าอัดรูปขนาด 4x6 นิ้ว จากไฟล์ที่มีสัดส่วน 3:2 จะต้องโหลดกระดาษอัดรูปหน้ากว้าง 6 นิ้วในเครื่องอัดรูป และเมื่อฉายแสงลงบนกระดาษอัดรูปแล้ว แสงที่ฉายลงบนกระดาษจะล้นออกนอกกระดาษไม่มากครับ (แค่หลักมิลเท่านั้น) ยกเว้นติดตั้งหรือปรับแต่งเครื่องอัดรูปไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจจะล้นออกไปนอกกระดาษมากกว่านั้น (ยิ่งล้นออกนอกกระดาษไปมากเท่าใด ภาพที่ปรากฎบนกระดาษอัดรูป ก็ยิ่งเหมือนถูกตัดส่วน Crop ออกไปมากเท่านั้น)

ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ผมขอแถมให้ครบๆกับกระบวนการอัดรูปนี้ นั่นก็คือการตัดกระดาษออกเป็นใบๆจากเครื่องอัด เครื่องอัดรูปไม่ว่าจะจากฟิล์ม หรือระบบดิจิตอล ทั้งแบบเครื่องฟิล์มเก่ามาต่อหัวยิงภาพ หรือเครื่องระบบดิจิตอลเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอัดรูปแบบใดก็ตาม ก็ต้องโหลดกระดาษสำหรับอัดรูปเป็นม้วนเข้ากล่องเก็บ (Magazine paper) และตอนเสร็จกระบวนการสุดท้ายก็ต้องได้รูปออกมาเป็นแผ่นๆใบๆตามขนาดที่สั่งอัด การตัดกระดาษโดยเครื่องอัดรูปนั้น ก็ยังเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะตัดภาพของเราไม่ให้เห็นเต็มไฟล์บนกระดาษอัดรูปได้อีกครับ ซึ่งผมขอแจกแจงระบบตัดกระดาษออกมาเป็นใบๆ โดยเครื่องอัดรูป ดังนี้

แบบที่ 1: ระบบตัดเป็นแผ่นตามขนาดที่สั่งอัดก่อน แล้วค่อยฉายแสง (Cut sheet)

ระบบแบบตัดก่อนอัด จะเป็นระบบที่ประหยัดกระดาษ เพราะเครื่องจะโหลดกระดาษอัดรูปออกมาและตัดตามขนาดที่สั่งอัดเป๊ะๆเลย เช่น เมื่อต้องการอัดรูปขนาด 4 x 6 นิ้ว เครื่องอัดรูปต้องใส่กระดาษหน้ากว้าง 6 นิ้ว และโหลดกระดาษออกมาตัดที่ความยาว 4 นิ้ว เสร็จแล้วก็โหลดหัวกระดาษที่เหลือเก็บเข้ากล่อง (Magazine paper) และกระดาษอัดรูปที่เครื่องตัดออกมาจะตกลงมาอยู่ในตำแหน่งเตรียมพร้อมการรับแสงจากเครื่องอัดรูป เมื่อเครื่องฉายแสงลงบนกระดาษอัดรูปเสร็จ ก็จะเลื่อนส่งกระดาษเข้าถังน้ำยาล้างภาพ ผ่านน้ำยาให้ครบทุกชนิด และเป่าแห้ง เสร็จออกมาเป็นภาพถ่ายต่อไป กระบวนการอัดรูปของเครื่องอัดรูปแบบตัดก่อนอัดนี้ การปรับแต่งเรื่องการฉายแสงที่ล้นออกนอกกระดาษ เป็นตัวแปรสำคัญของการได้ภาพบนกระดาษครับ

แบบที่ 2: ระบบเลื่อนกระดาษมาฉายแสงก่อน และค่อยตัดกระดาษเป็นใบๆ ตอนไหลออกมาจากเครื่อง

ระบบแบบนี้ จะสิ้นเปลืองกระดาษกว่าแบบแรก แต่เครื่องอัดรูปจะทำงานได้รวดเร็วกว่า เพราะกระบวนการจะเป็นการโหลดกระดาษอัดรูปเข้าตำแหน่งมาปุ๊บก็ฉายแสงเลย (เครื่องจะทำการตัดหัวกระดาษทิ้งไปก่อนประมาณ 10 กว่านิ้วทุกครั้งที่เริ่มต้นอัดรูป (การตัดหัวกระดาษอัดรูปจะทำทุกครั้ง หลังจากที่สั่งตัดกระดาษเพื่อส่งกระดาษทั้งแถวไปผ่านถังน้ำยาล้างภาพแล้ว) สาเหตุที่เครื่องอัดรูปต้องตัดหัวกระดาษทิ้งก่อนทุกครั้งที่เริ่มกระบวนการอัดรูปในแต่ละรอบ เพราะช่วงหัวกระดาษอาจมีแสงซืมผ่านเข้าไปโดน ทำให้เคมีบนกระดาษเสื่อมสภาพไปแล้ว) เครื่องอัดรูประบบนี้จะทำงานได้รวดเร็ว จำนวนการอัดรูปต่อชั่วโมง จะมากกว่าเครื่องแบบตัดก่อนอัด เป็นจำนวนร้อยใบ แต่ก็ต้องแลกกับการเสียกระดาษอัดรูปต่อม้วนไปมากกว่าด้วยเช่นกัน โดยกระบวนการทำงานของเครื่องแบบอัดก่อนตัดนั้น จะทำงานโดย โหลดกระดาษอัดรูปมาตัดหัวกระดาษทิ้ง และเริ่มต้นฉายแสงลงบนกระดาษอัดรูป (เมื่อฉายแสงเสร็จ ก็จะเจาะรูบนกระดาษอัดรูปไว้ ที่ต้องเจาะรูไว้ ก็เพราะว่าเครื่องอัดรูปจะมีเซ็นเซอร์ตรวจสอบรูเจาะบนกระดาษ เพื่อทำการตัดกระดาษออกเป็นใบๆ ตรงตำแหน่งรูเจาะครับ) เมื่ออัดรูปไปได้จำนวนหนึ่ง ประมาณ 10 กว่าถึง 20 ใบขึ้นไป เครื่องอัดรูปจะเริ่มตัดหางกระดาษที่ผ่านการฉายแสงแล้ว และเลื่อนกระดาษทั้งแถวไปผ่านถังน้ำยาล้างภาพทุกตัว จนถึงจุดเป่าแห้งสุดท้าย และเลื่อนกระดาษทั้งแถวมาเข้าสู่กระบวนการตัดรูปเป็นใบๆ (เซ็นเซอร์จะตรวจจับรูเจาะบนแถวกระดาษและตัดกระดาษตรงตำแหน่งรูเจาะนั้น) ออกมาเรียงซ้อนๆกันในถาดรับรูปของเครื่องอัดรูป การได้ภาพถ่ายบนกระดาษเต็มไฟล์หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการฉายแสงที่ล้นออกจากกระดาษอัดรูปเป็นหลัก รวมไปถึงการตัดกระดาษเป็นใบๆของเครื่องอัดรูปในตอนท้ายด้วยครับ หากตั้งค่าการเจาะรูหรือเซ็นเซอร์การตัดกระดาษอัดรูปไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจมีผลกระทบกับภาพบนกระดาษอัดรูปไปด้วย ไม่มากก็น้อย

กรณีข้างต้นตามที่ผมกล่าวมานี้ คือการอัดรูปจากไฟล์ที่มีอัตราส่วนของภาพตรงกับขนาดรูปที่ต้องการอัดเท่านั้น (หากสัดส่วนของไฟล์ภาพไม่ตรงกับขนาดรูปที่เลือกอัด ยังไงก็ต้องโดนตัดออกไปบ้างแน่นอน เช่นไฟล์สัดส่วน 4:3 แต่อัดลงกระดาษ 4x6 นิ้ว ที่เป็นสัดส่วน 3:2 เป็นต้น ยกเว้นแต่จะอัดให้เห็นเต็มไฟล์โดยการย่อขนาดให้เห็นเต็มในกระดาษอัดรูป) เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีการไปตัดส่วน หรือ Crop ไฟล์ภาพเพิ่มเติมอีก การที่ภาพจะถูกตัดออกไปมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับการติดตั้งปรับแต่งที่เครื่องอัดรูปล้วนๆครับ

ภาพตัวอย่างประกอบบทความโดย: dpreview
หน้าแรก · Smart Devices · ภาพยนต์ · คลิปวีดีโอ · สร้างรูปติดบัตรออนไลน์ · ใส่วันที่ในรูปถ่าย · นโยบายการให้บริการ
เนื้อหาสาระ · ห้องภาพมาโคร · สินค้า · ข้อมูลกล้อง · ข้อมูลเลนส์ · ข้อมูลเครื่องพิมพ์ · เปรียบเทียบสเป็ค
แสงตกกระทบวัตถุ สะท้อนเข้านัยน์ตา ปรากฎเป็นภาพ และเก็บบันทึกไว้ (โดยฟิล์มหรือดิจิตอล)...
Database and e-Commerce system design by · AnyExposure.com